Because everyone's scalp and hair have different problems and needs, many people may wonder which AloEx anti-hair loss shampoo formula is best suited for their scalp and hair. How do the different formulas differ? Let's get to know AloEx anti-hair loss shampoos and find the answers in this article. AloEx Hair Loss Shampoo is a shampoo rich in a variety of natural extracts, effectively nourishing and restoring the health of your scalp and hair, leaving them strong and resilient. It helps reduce hair loss, itching, oiliness, dandruff, and acne on the scalp. The shampoo deeply cleanses impurities, pollutants, and chemical residues while strengthening the scalp's natural barrier. It is available in four formulas, as follows: 1. AloEx Original Shampoo, the white bottle, Original Formula, is ideal for individuals with oily scalp and hair, those who sweat easily, or those who exercise regularly. It helps cleanse impurities, reduce the buildup of fungi and bacteria. The root cause of dandruff and unpleasant odors is reduced, along with hair loss, and new hair growth is stimulated. Additionally, it helps control excess oil throughout the day, leaving hair healthy, not greasy, and feeling refreshed and cool after washing. Furthermore, it is free from SLS/SLES, silicone, parabens, alcohol, and fragrance, which can cause allergies and hair loss. […]

สารชำระล้าง 4 กลุ่มในแชมพู ที่คุณยังไม่เคยรู้
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผมหรือแชมพูในปัจจุบันมีส่วนประกอบมากมายหลายชนิด เช่น สารกันเสีย สารเพิ่มฟอง สารปรับสภาพผม ฯลฯ ทว่าส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ สารชำระล้าง หรือ สารลดแรงตึงผิว (surfactant) โดยโครงสร้างโมเลกุลของสารดังกล่าวสามารถดึงดูดสิ่งสกปรกที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ และช่วยทำให้สิ่งสกปรกถูกน้ำชะล้างได้ง่าย สารชำระล้างที่ใช้ในแชมพู แบ่งตามประจุที่ละลายน้ำออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ สารชำระล้างประจุลบ (anionic surfactant) มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดสูง ทำให้เกิดฟองเยอะ ทั้งยังมีราคาถูก แต่ก็อาจชำระล้างไขมันออกจากเส้นผมและหนังศีรษะมากเกินไป ส่งผลให้ผมเสียสภาพหลังสระ รวมทั้งอาจเกิดการระคายเคืองสำหรับผู้ใช้ที่แพ้แชมพูสระผม แชมพูทั่วไปนิยมใช้สารชำระล้างกลุ่มนี้เป็นส่วนประกอบหลัก โดยผสมสารชำระล้างไร้ประจุเพื่อลดอาการระคายเคืองตัวอย่างสารชำระล้างประจุลบ เช่น Sodium lauryl sulfate, Sodium lauryl ether sulfate, Ammonium lauryl sulfate เป็นต้น สารชำระล้างประจุบวก (cationic surfactant) การให้ฟองและประสิทธิภาพการทำความสะอาดไม่มากเท่าสารประจุลบ แต่ช่วยฟื้นฟูสภาพผมและผิวหนังได้ดีมาก จึงมักใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับผลิตภัณฑ์ปรับสภาพผม (hair conditioner) ตัวอย่างสารชำระล้างประจุบวก เช่น Cetrimonium chloride, Behentrimonium chloride สารชำระล้างประจุผสม (amphoteric surfactant) มีทั้งประจุบวกและลบรวมกัน จึงทำความสะอาดผมได้ดีและให้ฟองเยอะ ขณะเดียวกันก็ช่วยถนอมสภาพผมหลังสระ ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองหนังศีรษะ เนื่องจากมีความเป็นด่างน้อย แต่เพราะมีราคาแพง จึงไม่นิยมใช้กันแพร่หลาย ด้วยความที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่ำ จึงมักเป็นส่วนประกอบหลักในแชมพูสำหรับเด็กและผู้ใช้ที่แพ้แชมพูสระผมทั่วไปตัวอย่างสารชำระล้างประจุผสม เช่น Amino propionates สารชำระล้างไร้ประจุ (nonionic surfactant) มีความสามารถในการทำความสะอาดสูงและดูแลสภาพผมหลังสระดี ทว่าทำให้เกิดฟองน้อยและมีราคาแพง นิยมใช้เป็นสารทำความสะอาดเสริมในแชมพูทั่วไป เพื่อช่วยลดอาการระคายเคืองที่เป็นผลจากสารประจุลบซึ่งเป็นส่วนประกอบหลัก ตัวอย่างสารชำระล้างไร้ประจุ เช่น Cocomide monoethanolamine เมื่อรู้จักสารชำระล้างครบทุกกลุ่มแล้ว ทีนี้เรามาดูกันนะคะว่าแชมพูหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่มีสารชำระล้างกลุ่มไหนเหมาะกับผู้ใช้แบบไหนบ้าง คนผมธรรมดา ถ้าเป็นไปได้ ควรสระผมด้วยแชมพูที่มีสารชำระล้างไร้ประจุเป็นส่วนประกอบหลัก หรือแชมพูชนิดปลอดซัลเฟต (sulfate free) แต่ถ้าหาไม่ได้ ก็ให้ใช้แชมพูทั่ว ไป ตามด้วยผลิตภัณฑ์ปรับสภาพผมทุกครั้ง คนผมมัน ควรสระผมเป็นประจำด้วยแชมพูทั่วไปซึ่งเป็นสูตรประจุลบ และล้างให้สะอาดด้วยน้ำเย็น คนผมแห้ง หลีกเลี่ยงการสระผมทุกวัน เมื่อสระผมควรใช้แชมพูสูตรประจุผสม และควรบำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์ปรับสภาพผมซึ่งมีสารชำระล้างประจุบวก โดยเฉพาะชนิด deep conditioner คนผิวแพ้ง่าย ควรใช้แชมพูสูตรประจุผสมหรือแชมพูสำหรับเด็ก AloEx ขอสนับสนุนให้ผู้อ่านทุกคนเลือกใช้แชมพูให้เหมาะสมกับสภาพผมและหนังศีรษะ เพื่อให้สามารถดูแลเส้นผมให้สะอาดและสุขภาพดีค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ภาควิชาวิทยาการเภสัชกรรมและเภสัชอุตสาหกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เครื่องสำอางในชีวิตประจำวัน, กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2544, หน้า 154-160.










