ผมร่วงกรรมพันธุ์ เป็นสาเหตุหลักของผมบางและศีรษะล้านทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมน DHT ต่อรากผม หนึ่งในวิธีรักษาภาวะผมร่วงทางกรรมพันธุ์ที่แพทย์นิยมใช้คือ ยา Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์)
ผมร่วงกรรมพันธุ์คืออะไร?
ผมร่วงกรรมพันธุ์ หรือ Androgenetic Alopecia เป็นภาวะผมร่วงที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ร่วมกับอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะ Dihydrotestosterone (DHT) ซึ่งทำให้รากผมค่อยๆ ลีบเล็กลง วงจรเส้นผมสั้นลง และเส้นผมที่งอกใหม่บางลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายไม่สามารถสร้างเส้นผมใหม่ได้ เพราะรูขุมขนปิด จนเห็นเห็นหนังศีรษะใสๆ
ผมร่วงกรรมพันธุ์ ป้องกันได้หรือไม่?
ผมร่วงกรรมพันธุ์ดูยังไง?
ลักษณะ Pattern ผมร่วงกรรมพันธุ์ในผู้ชาย
- หน้าผากเริ่มร่นเป็นรูปตัว M
- ผมบางบริเวณกลางกระหม่อม
- ในระยะรุนแรงอาจเหลือผมเฉพาะด้านข้างและด้านหลังศีรษะ
ลักษณะ Pattern ผมร่วงกรรมพันธุ์ในผู้หญิง
- ผมบางเป็นแถบกว้างตรงกลางศีรษะ
- เส้นผมโดยรวมบางลง แต่ไม่ถึงขั้นศีรษะล้านเป็นหย่อม
- มักเริ่มเห็นชัดในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป
วิธีรักษาผมร่วงกรรมพันธุ์ตามแพทย์แผนปัจจุบัน
แนวทางการรักษาตามแพทย์แผนปัจจุบันจะเน้นการ ยับยั้ง DHT และยืดอายุรากผม โดยใช้ตัวยาหลักๆ 2 ตัว ดังต่อไปนี้
1) Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์)
เป็นยาที่ออกฤทธิ์ลดการสร้าง DHT โดยตรง เป็นยาตัวหลักในการรักษาผมร่วงกรรมพันธุ์ในผู้ชาย ทำหน้าที่ลดผมร่วงจากกรรมพันธุ์
การใช้ตัวยา Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) ในปัจจุบันมีทั้ง แบบกิน (Oral Finasteride) และ แบบทา (Topical Finasteride) โดยแบบกินจะใช้ในผู้ชายเท่านั้น ห้ามหญิงตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าอาจตั้งครรภ์สัมผัสยา และควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา ส่วนแบบทาจะเหมาะกับคนที่มีปัญหาผมร่วงกรรมพันธุ์ น้อย – ปานกลาง ใช้นวดเบาๆ ที่หนังศีรษะโดยไม่ต้องล้างออกวันละ 1 ครั้ง หลีกเลี่ยงการสระผมอย่างน้อย 4 – 6 ชั่วโมงหลังทา จะเริ่มเห็นผลเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง 3 – 6 เดือน2) Minoxidil (ไมน็อกซิดิล)
ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและยืดระยะการเจริญเติบโตของเส้นผม ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เป็นยาที่ไม่ได้ช่วยลดผมร่วงจากกรรมพันธุ์ แต่ทำหน้าที่เพิ่มความหนาของเส้นผม และกระตุ้นผมงอกใหม่เป็นหลัก
Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) คือยาอะไร? ทำไมถึงช่วยลดผมร่วงจากกรรมพันธุ์ได้?
Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) เป็นยากลุ่ม 5-alpha reductase inhibitor ทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ที่เข้ามาเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ให้เป็นฮอร์โมน DHT ที่เป็นสาเหตุทำให้รากผมเริ่มฝ่อ เมื่อระดับฮอร์โมน DHT ลดลง รากผมก็จะไม่ถูกทำลายและสามารถคงสภาพได้นานขึ้น ส่งผลให้ผมร่วงลดลง
วิธีใช้: ใช้ในขนาด 1 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับรักษาผมร่วง ต้องใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 – 6 เดือน จึงเริ่มเห็นผล หากหยุดยา ระดับ DHT จะกลับมาสูงขึ้น และผมร่วงอาจกลับมาอีกภายใน 3 – 6 เดือน
Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) เป็นยาที่ช่วยลดผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ช่วยคงจำนวนเส้นผมเดิมไว้ ไม่ได้ทำให้ผมที่ร่วงหรือล้านไปแล้วงอกกลับมา
Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้ชายที่มีผมร่วง ผมบางบริเวณกลางกระหม่อม หรือหน้าผากเริ่มเถิกขึ้นไปเป็นรูปตัว M เพราะเป็นสัญญาณของผมร่วงกรรมพันธุ์ในผู้ชาย
- ผู้ที่ต้องการชะลอผมร่วงกรรมพันธุ์มากกว่าเร่งผมงอกใหม่ เพราะ Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) ช่วยเรื่องลดผมร่วง แต่ไม่ช่วยผมงอกให
- ผู้ที่สามารถใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เพราะ Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) ต้องใช้อย่างต่อเนื่องถึงจะเห็นผลเรื่องลดผมร่วงกรรมพันธุ์
ผู้หญิงใช้ Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) ได้ไหม
ผู้หญิงสามารถใช้ Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) ได้ในบางกรณี แต่ Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) ไม่ใช่ยามาตรฐานที่เป็นตัวเลือกแรกสำหรับการรักษาผมร่วงในผู้หญิง เนื่องจากผลลัพธ์ไม่ชัดเจน และผมร่วงในผู้หญิงมีหลายสาเหตุมากกว่าจะเป็นเรื่องผมร่วงทางกรรมพันธุ์เพียงสาเหตุเดียว โดยยามาตรฐานที่แพทย์ปัจจุบันนิยมจ่ายให้คนไข้ผู้หญิงผมร่วงคือ Minoxidil (ไมน็อกซิดิล)
แพทย์จะแนะนำให้ผู้หญิงใช้ยา Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) รักษาในกรณีที่การรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล หรือมีภาวะผมร่วงจากกรรมพันธุ์ชัดเจน โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ทุกกรณี สำหรับกรณีที่ผู้หญิงห้ามใช้ยา Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นแบบกินหรือแบบทา คือ ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือมีโอกาสตั้งครรภ์ และผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตร
ผลข้างเคียงของยาลดผมร่วงกรรมพันธุ์ Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์)
แม้ Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็อาจเกิดผลข้างเคียงในบางราย โดยเฉพาะด้านฮอร์โมน ได้แก่
- ความต้องการทางเพศลดลง
- สมรรถภาพทางเพศลดลง
- Decreased semen volume
- อารมณ์แปรปรวนหรือซึมเศร้า
อาการเหล่านี้มักพบได้จากผู้ใช้ยา Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) บางราย และส่วนใหญ่จะดีขึ้นเมื่อหยุดยา อย่างไรก็ตามควรใช้ยา Finasteride ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงในผู้หญิงตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์
ทำไมยาลดผมร่วงกรรมพันธุ์ Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) ถึงทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง?
Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) ลดผมร่วงจากกรรมพันธุ์โดยการออกฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนฮอร์โมน Testosterone → DHT (Dihydrotestosterone) แม้ DHT จะเป็นตัวการสำคัญของผมร่วงกรรมพันธุ์ แต่ในขณะเดียวกัน DHT ก็มีบทบาทต่อระบบสืบพันธุ์และการทำงานทางเพศของผู้ชาย โดย DHT เกี่ยวข้องกับความต้องการทางเพศ การแข็งตัว และการทำงานของต่อมลูกหมาก
การลดระดับ DHT ด้วยยาอย่าง Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) จึงช่วยชะลอผมร่วงกรรมพันธุ์ได้ แต่เมื่อฮอร์โมน DHT ถูกกดให้ต่ำในคนไข้ผู้มีปัญหาผมร่วงกรรมพันธุ์บางราย นอกจากผมจะหยุดร่วงแล้ว สมรรถภาพทางเพศก็ลดลงด้วย จึงจำเป็นต้องพิจารณาใช้ยาอย่างรอบคอบและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
หยุด Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์) แล้วอาการผมร่วงจะกลับมาไหม
สารสกัด AloEx ที่มีผลทดสอบเทียบ Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์)
สารสกัดจากธรรมชาติอื่นๆ ลดผมร่วงกรรมพันธุ์ทดแทน Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์)
นอกจากสารสกัดธรรมชาติที่สกัดด้วยวิธีเฉพาะของแบรนด์ AloEx แล้ว ยังมีสารสกัดธรรมชาติอื่นๆ ที่ใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มีปัญหาผมร่วงตามท้องตลาดอีก โดย AloEx ก็มีการใช้สารสกัดอื่นๆ มาเสริมการทำงานด้านการลดผมร่วงจากกรรมพันธุ์ในผลิตภัณฑ์ AloEx อีก เช่น Saw Palmetto, Procapil™ และ Capixil™
สารสกัดธรรมชาติอื่นๆ ที่ช่วยลดผมร่วงที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ลดผมร่วงในท้องตลาดปัจจุบัน
- Saw Palmetto – ยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ป้องกันการเปลี่ยน Testosterone เป็น DHT
- Procapil™ – มี Oleanolic Acid ช่วยยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase
- Capixil™ – อุดมด้วย Biochanin A ซึ่งเป็น DHT Blocker
- EGCG จากชาเขียว – ลดการทำงานของเอนไซม์ 5-alpha reductase
- Caffeine – ช่วย ลดผลกระทบของ DHT ต่อรากผม
- Baicapil™ – ช่วยลดผลกระทบของ DHT ต่อรากผม
ช้อปผลิตภัณฑ์ AloEx ทดแทน Finasteride (ฟีนาสเตอไรด์)
References
Irwig, M. S. (2011). Persistent sexual side effects of finasteride for male pattern hair loss. Journal of Sexual Medicine. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/21418145/
StatPearls Publishing. “Finasteride.” StatPearls, 2024. https://doi.org/10.1016/j.supflu.2011.07.017
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) “อย.ย้ำเตือนผู้ป่วยก่อนใช้ยา Finasteride: ผลข้างเคียงทางเพศและอาการทางจิตเวช”. HFocus. https://www.hfocus.org/content/2018/09/16278
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล. แผ่นพับข้อมูลยา Finasteride: ข้อควรระวังและผลข้างเคียง. https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/hph/admin/download_files/154_49_183Oc2Q.pdf